การเพิ่มแผนที่ Neon Junction เข้ามาถือเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจสำหรับเมตาของเกม เนื่องจากเป็นแผนที่ประเภท Hybrid ที่ผู้เล่นต้องทำการยึดจุด (Capture Point) ก่อนจะเปลี่ยนเป็นการดันรถ (Payload) ซึ่งมักจะเน้นการจัดตัวละครที่ยืดหยุ่นสูง จากภาพพรีวิวที่ปล่อยออกมา เราจะเห็นตรอกซอกซอยที่เต็มไปด้วยแสงไฟนีออนและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นที่ผสมผสานความล้ำสมัยเข้ากับความดั้งเดิมได้อย่างลงตัว
ในแง่ของเกมเพลย์ แผนที่นี้ดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับพื้นที่แนวตั้ง (Verticality) และจุดปะทะที่แคบลงในบางช่วง ซึ่งอาจส่งผลให้ตัวละครสาย Flank หรือตัวละครที่มีความคล่องตัวสูงกลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้ง การออกแบบฉากที่มีรายละเอียดซับซ้อนเช่นนี้จะบังคับให้ทีมต้องสื่อสารกันมากขึ้นเพื่อคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญ
แม้ว่ากำหนดการปล่อยอย่างเป็นทางการจะอยู่ในช่วง Season 3 แต่การเผยโฉม Neon Junction ในตอนนี้ก็ช่วยสร้างความตื่นเต้นให้กับชุมชนผู้เล่นที่กำลังมองหาความท้าทายใหม่ๆ หลังจากที่ตัวเกมเน้นการอัปเดตสมดุลตัวละครมาสักพัก การเพิ่มสนามรบใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบนี้คือสิ่งที่ผู้เล่นสาย Competitive รอคอยอย่างแน่นอน
