หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มระบบ Manual Save ซึ่งตอนนี้ผู้เล่นสามารถเลือกบันทึกเกมได้ด้วยตัวเองที่ Sacred Firebowl ทุกแห่ง ช่วยลดความกังวลเรื่องระบบ Auto-save ที่อาจจะไม่ครอบคลุมในจังหวะสำคัญ นอกจากนี้ทีมพัฒนา SIGONO ยังได้เปิดใช้งาน Steam Cloud Support อย่างเป็นทางการ ทำให้เราสามารถสลับไปเล่นต่อบน PC, Mac หรือ Steam Deck ได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์พื้นฐานที่ช่วยให้เกมแนวผจญภัยแบบนี้เล่นได้สนุกขึ้นมาก
สำหรับสายเก็บรายละเอียด การเล่นรอบที่สอง (Second Playthrough) จะไม่ใช่งานยากอีกต่อไป เพราะตัวเกมเพิ่มระบบ Progress Carry-over ที่จะสืบทอดข้อมูลในสมุดโน้ตและคอลเลกชันภาพถ่ายที่เราเคยทำไว้ ทำให้ไม่ต้องเริ่มเก็บใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีระบบเลือกเล่นตามช่วงเนื้อหาหรือการข้ามแชปเตอร์ (Chapter Jumping) ช่วยให้การตามเก็บฉากจบที่แตกต่างหรือความลับที่พลาดไปทำได้รวดเร็วกว่าเดิม
ในแง่ของเนื้อเรื่องและประสบการณ์ใช้งาน ทีมงานได้เพิ่มภาพประกอบ Afterstory ใหม่ลงในส่วนของเครดิตเพื่อขยายความรู้สึกหลังจบเกมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มระบบป้องกันการพลาดเหตุการณ์สำคัญ (Anti-missable mechanism) โดยจะมีหน้าต่างยืนยันความสมัครใจปรากฏขึ้นก่อนที่เราจะเปลี่ยนฉากสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าเราไม่ได้เผลอข้ามเนื้อหาใดไปโดยไม่ตั้งใจ
การอัปเดตครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้พัฒนาใส่ใจกับ Feedback ของผู้เล่นที่ต้องการอิสระในการสำรวจมากขึ้นโดยไม่ต้องพะวงเรื่องการเซฟเกมหรือการต้องมานั่งไล่เก็บความสำเร็จใหม่ทั้งหมดในรอบถัดไป
