หัวใจหลักของระบบนี้คือการนำเสนอ "ตลาด" (Markets) กว่า 900 แห่งที่อ้างอิงตามพื้นที่ระดับดัชชี (Duchy) ทั่วทั้งแผนที่ โดยมีสินค้ากว่า 40 ชนิดแบ่งตามหมวดหมู่ต่างๆ ซึ่งจะทำให้แต่ละพื้นที่ภูมิศาสตร์มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ใครที่คุมพื้นที่ที่มีทรัพยากรหายากก็จะมีอำนาจต่อรองเหนือเพื่อนบ้านอย่างมาก
ระบบเส้นทางการค้า (Trade Routes) จะทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจ โดยผู้เล่นสามารถสะสมความเชี่ยวชาญด้านการค้า (Trade Expertise) ที่จะส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้ ซึ่งน่าสนใจมากเพราะปกติในเกมนี้ทักษะมักจะหายไปพร้อมกับตัวละครที่ตาย แต่ความรู้เชิงพาณิชย์นี้จะคงอยู่กับตระกูลของคุณ นอกจากนี้เส้นทางการค้าที่ได้รับการดูแลอย่างดีจะสร้างผลกระทบถาวรอย่าง "ถนน" ที่ช่วยให้การเดินทางรวดเร็วและปลอดภัยขึ้นอีกด้วย
สำหรับสายปั่นป่วน ระบบการผูกขาด (Monopolies) จะเปิดโอกาสให้คุณล็อคตลาดสำหรับสินค้าเฉพาะอย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นการผูกขาดแบบปกติที่เน้นขายส่วนเกิน หรือการผูกขาดแบบขูดรีดที่ดึงสินค้าจากความต้องการในท้องถิ่นมาขายเพื่อกำไรสูงสุด ซึ่งแน่นอนว่าอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอกอาณาจักรได้
การอัปเดตนี้ดูเหมือนจะพยายามลบจุดอ่อนเดิมของเกมที่เศรษฐกิจมักจะจบลงแค่การสร้างสิ่งก่อสร้างเพื่อเพิ่มเงินรายเดือน แต่ใน Silk & Silver การเป็นพ่อค้าที่ชาญฉลาดอาจหมายถึงการควบคุมโชคชะตาของทั้งทวีปผ่านเครือข่ายเส้นไหมและเงินตรา
