การอัปเดตซีซันนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลัก เพื่อเติมเนื้อหาเข้าสู่สมรภูมิอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นในวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 กับการเผชิญหน้าท่ามกลางความขัดแย้งของ Pax Armata ในแมปยอดนิยมที่แฟนๆ BF4 คุ้นเคย ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ความหลัง แต่มาพร้อมกับระบบทำลายล้างที่อัปเกรดขึ้นและยุทธศาสตร์การรบแบบผสมผสานทั้งยานเกราะและทหารราบที่เข้มข้นกว่าเดิม
ตารางการอัปเดต REDSEC Season 3
เพื่อให้เห็นภาพรวมของสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น นี่คือรายละเอียดของเนื้อหาที่ Battlefield 6 จะปล่อยออกมาในแต่ละเฟส:
- 12 พฤษภาคม: Warlords: Supremacy - เปิดตัวแมป Railway to Golmud และระบบ Ranked Battle Royale สำหรับสายฮาร์ดคอร์
- 9 มิถุนายน: Blastpoint Update - เพิ่มแมป Cairo Bazaar ที่เน้นการปะทะระยะประชิดในเมือง และการกลับมาของโหมด Obliteration อันเป็นเอกลักษณ์
- 30 มิถุนายน: High-Value Target - อัปเกรดสู่ Tactical Obliteration และการเพิ่มโหมด Casual Battle Royale สำหรับผู้เล่นที่ต้องการความผ่อนคลาย
นอกเหนือจากแมปและโหมดใหม่แล้ว ทีมพัฒนา EA DICE ยังได้ดึงเอาอาวุธระดับไอคอนจากภาค BF3 และ BF4 กลับมาให้ใช้งานด้วย เช่น ปืน SMG ยอดฮิตอย่าง PP-19 รวมถึงอุปกรณ์ใหม่อย่าง Handheld Jammer ที่จะเข้ามาเปลี่ยนเมตาของการสื่อสารและการใช้โดรนในสนามรบอย่างสิ้นเชิง ใครที่ชอบเล่นสายซัพพอร์ตทีมหรือก่อบวนศัตรู อุปกรณ์ชิ้นนี้จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมที่สำคัญมาก
ทำไมการกลับมาของ Obliteration ถึงสำคัญ?
สำหรับแฟนเดนตาย การกลับมาของโหมด Obliteration ในอัปเดต Blastpoint คือข่าวดีที่สุด เพราะมันคือโหมดที่ดึงศักยภาพของทีมเวิร์คออกมาได้สูงสุด การแย่งชิงระเบิดเพื่อไปทำลายเป้าหมายศัตรูท่ามกลางสมรภูมิที่พังทลายได้ตลอดเวลาคือหัวใจของ Battlefield และเมื่อนำมาผสานกับกราฟิกยุคใหม่ใน Battlefield 6 บอกได้เลยว่าความโกลาหลครั้งนี้จะสะใจยิ่งกว่าเดิมแน่นอน เตรียมตัวจัด Squad ของคุณให้พร้อม เพราะสงครามครั้งนี้จะยาวไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน
