Overwatch 2: Season 7 - Rise of the Darkness เป็นเกมยิงแบบทีมที่เปิดตัวในปี 2023 ผู้เล่นจะเลือกฮีโร่ที่มีความสามารถเฉพาะตัวเพื่อทำภารกิจตามเป้าหมายร่วมกับทีม เนื้อหาซีซันนี้เน้นธีมฮาโลวีน โดยมีการนำโหมดเกมพิเศษตามเทศกาลกลับมาให้เล่นอีกครั้ง พร้อมร้านค้าอีเวนต์สำหรับแลกไอเทมตกแต่งแบบจำกัดเวลา
เกมนี้เป็นเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งแบบทีม (Team-Based Shooter) ที่เปิดตัวในปี 2023 โดยมีให้เล่นบนแพลตฟอร์ม PlayStation 5, PlayStation 4, PC, Xbox Series X|S, Xbox One และ Nintendo Switch รูปแบบการเล่นหลักเน้นการเล่นร่วมกันเป็นทีมเพื่อบรรลุเป้าหมายเฉพาะของแต่ละโหมดการเล่น
แกนหลักของเกมคือการเลือกฮีโร่ที่มีความสามารถเฉพาะตัวและแตกต่างกันอย่างมาก ผู้เล่นจะต้องประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมเพื่อทำภารกิจ เช่น การควบคุมจุดยึดครอง (Control Point) หรือการผลักดันรถบรรทุก (Payload) ไปยังจุดหมาย ฮีโร่แต่ละตัวถูกแบ่งออกเป็นบทบาทหลัก ๆ ซึ่งส่งผลต่อกลยุทธ์ในสนามรบ การปรับสมดุลของฮีโร่และการอัปเดตความสามารถเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์การเล่น
การอัปเดตตามฤดูกาลนี้ได้นำเสนอธีมที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลฮาโลวีน (Halloween Terror) ซึ่งเปลี่ยนสนามรบให้มีบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัว การอัปเดตนี้ได้นำโหมดเกมตามเทศกาลกลับมาให้ผู้เล่นได้สัมผัสอีกครั้ง
โหมดเกมตามเทศกาล เช่น Junkenstein's Revenge และ Wrath of the Bride ถูกนำกลับมาให้ผู้เล่นได้เข้าร่วม ซึ่งเป็นโหมดที่เน้นการเล่นแบบร่วมมือกันเพื่อเอาชีวิตรอดจากการโจมตีของศัตรูที่ถูกควบคุมโดย AI ภายใต้ธีมสยองขวัญ
มีการเปิดตัวร้านค้ากิจกรรม (Events Shop) ซึ่งผู้เล่นสามารถใช้สกุลเงินในเกมที่เรียกว่า Overwatch Credits เพื่อแลกรับไอเทมตกแต่งที่มีเวลาจำกัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองตามฤดูกาล
ความโดดเด่นของซีซันนี้อยู่ที่การผสมผสานระหว่างการเล่นแบบแข่งขันตามปกติเข้ากับเนื้อหาตามฤดูกาลที่เน้นความสนุกสนานและโหมด PvE (Player versus Environment) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนเมตา (Meta) และการเลือกใช้ฮีโร่ในช่วงเวลาจำกัด