Calamity Mod: Infernum Mode (2021) คือส่วนเสริมที่เน้นความท้าทายสูง โดยปรับปรุงระบบการต่อสู้ของบอสให้ซับซ้อนขึ้นผ่าน AI ที่ถูกปรับปรุงใหม่ และเพิ่มเฟสการต่อสู้พิเศษเข้าไป ทำให้การเผชิญหน้ากับบอสมีความยาวนานและยากขึ้นอย่างมาก โหมดนี้เหมาะสำหรับผู้เล่นที่ต้องการประสบการณ์การเล่นที่เน้นการต่อสู้เชิงกลยุทธ์และความยากระดับสูง
ส่วนเสริมนี้ซึ่งเปิดตัวในปี 2021 สำหรับแพลตฟอร์ม PC เป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ของเกมหลัก โดยเน้นไปที่การเพิ่มระดับความยากและความท้าทายอย่างมีนัยสำคัญ จัดอยู่ในกลุ่มเกมแนวผจญภัย อินดี้ แพลตฟอร์ม จำลองสถานการณ์ และกลยุทธ์
แกนหลักของประสบการณ์การเล่นเกมนี้คือการเผชิญหน้ากับบอสต่างๆ ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด (reworked AI) ทำให้การต่อสู้มีความซับซ้อนและคาดเดาได้ยากยิ่งขึ้น ผู้เล่นจะต้องปรับตัวเข้ากับรูปแบบการโจมตีและกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่บอสแต่ละตัวนำเสนอ
ความท้าทายที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปรับปรุง AI เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเพิ่ม เฟสการต่อสู้เพิ่มเติม (extra phases) เข้าไปในบอสหลายตัว ซึ่งยืดระยะเวลาและความซับซ้อนของการเผชิญหน้าออกไปอย่างมาก ทำให้ผู้เล่นต้องใช้ทรัพยากรและสมาธิในการต่อสู้ที่ยาวนานขึ้น
โหมดนี้ถูกเปิดใช้งานผ่านตัวเลือกความยากในเกมหลัก และทำหน้าที่เป็นตัวกำหนดประสบการณ์ที่เข้มข้นที่สุดของส่วนเสริมนี้ โดยการปรับปรุงกลไกของบอสให้มีความโหดเหี้ยมกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
การปรับเปลี่ยนส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การต่อสู้กับบอสเป็นหลัก ทำให้ผู้เล่นที่คุ้นเคยกับเกมหลักต้องเรียนรู้การต่อสู้ใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ การปรับปรุงเหล่านี้ส่งผลต่อทั้งการเล่นคนเดียว (Single-player) และการเล่นร่วมกับผู้อื่น (Multiplayer) ในแง่ของการเอาชีวิตรอด
โหมดนี้มุ่งเป้าไปที่ผู้เล่นที่ต้องการความท้าทายระดับสูงสุด และรู้สึกว่าเกมหลักนั้นง่ายเกินไป เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเรียนรู้รูปแบบการต่อสู้ที่ซับซ้อนและการทดลองกลยุทธ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากเป็นส่วนเสริมที่เน้นความยากเป็นหลัก การอัปเดตล่าสุดมักจะเกี่ยวข้องกับการปรับสมดุล (balancing) ของบอสบางตัว หรือการแก้ไขข้อผิดพลาด (bug fixes) ที่เกิดขึ้นจากการปรับเปลี่ยนกลไกครั้งใหญ่ ชุมชนผู้เล่นมักจะให้ความสนใจกับการค้นพบ รูปแบบการต่อสู้ใหม่ๆ และการแชร์กลยุทธ์เพื่อเอาชนะบอสที่ได้รับการปรับปรุง