การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการปรับปรุงการควบคุมแบบ Type D ในจังหวะการเก็บหรือชักอาวุธ (Sheath/Draw) รวมถึงการใช้งาน Living Artifact ที่ทำได้ง่ายและตอบสนองได้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้เล่นที่ต้องการความแม่นยำสูงในเกมเพลย์ระดับสูง
ในส่วนของความแรงของตัวละคร มีการปรับสมดุลครั้งใหญ่ในหมวด Martial Arts ของอาวุธหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นดาบ (Sword), ดาบคู่ (Dual Swords), ขวาน (Axe), ทงฟา (Tonfa) และขวานซัด (Hatchets) โดยมีการเพิ่มและลดดาเมจในบางท่าเพื่อไม่ให้เกิดเมตาที่เหลื่อมล้ำกันเกินไป นอกจากนี้ยังมีการเนิร์ฟดาเมจธาตุจากการใช้ Martial Arts ในขณะที่เปิดใช้งาน Living Artifact ลงเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เล่นทำดาเมจสูงเกินไปจนทำลายความท้าทายของบอส
นอกเหนือจากการปรับสมดุลแล้ว แพตช์นี้ยังแก้ไขปัญหาทางเทคนิคจำนวนมาก รวมถึงอาการเกมค้าง (Crash) และบัคในโหมด Multiplayer ที่เคยสร้างความลำบากให้กับผู้เล่น โดยเฉพาะปัญหาการสูญเสีย Amrita อย่างไม่ถูกต้อง และการแก้ไขระยะเวลาสถานะตาบอด (Blindness) จาก Soul Core ของ Sunakake-baba ที่ถูกลดระยะเวลาลงเพื่อให้ผู้เล่นมีโอกาสสวนกลับได้มากขึ้น
แม้จะเป็นเพียงตัวเดโม แต่การที่ Team NINJA เร่งปรับปรุงรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจต่อเสียงตอบรับของแฟนเกมก่อนที่ Nioh 3 จะวางจำหน่ายจริงในปี 2026 นี้
