ไฮไลต์สำคัญของการอัปเดตนี้คือระบบ Shared Progression Co-op ที่ได้รับการขยายขอบเขตสิทธิพิเศษให้กับผู้เล่นฝั่ง Guest อย่างมาก จากเดิมที่อาจจะทำได้เพียงช่วยสู้ ตอนนี้ผู้เล่นที่เข้าไปจอยสามารถอัปเกรดอุปกรณ์ ปฏิสัมพันธ์กับพ่อค้า และแม้แต่การเริ่มฉากสู้บอสได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังสามารถใช้จุดเซฟ (Vestige) เพื่อพักผ่อนหรือวาร์ป รวมถึงการปลูก Umbral Seeds ในโลกของโฮสต์ได้โดยตรง ซึ่งช่วยลดช่องว่างและทำให้รู้สึกว่าเป็นการผจญภัยร่วมกันจริงๆ ไม่ใช่แค่การไปเป็นลูกมือ
สำหรับใครที่ยังต้องการความเป็นส่วนตัวหรืออยากคุมบังเหียนเกมของตัวเอง ในโหมด Non-Shared Progression ผู้เล่นฝั่ง Host สามารถเลือกตั้งค่าได้ว่าจะมอบสิทธิ์ให้ Guest แบบ "Full" (เต็มรูปแบบ) หรือ "Limited" (จำกัด) เพื่อความเหมาะสมในการเล่นแต่ละครั้ง
ในส่วนของระบบ Matchmaking ได้มีการปรับปรุงให้ใช้งานง่ายขึ้นผ่านเมนู Multiplayer ที่ Vestige ใดก็ได้ หากต้องการเล่นกับเพื่อนเพียงแค่ตั้งรหัสผ่าน (Password) ให้ตรงกัน หรือหากต้องการหาเพื่อนใหม่ก็เพียงแค่ปล่อยว่างไว้ ระบบจะทำการจับคู่ให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งถือเป็นการลดขั้นตอนที่ยุ่งยากออกไปเพื่อให้เข้าสู่เกมได้เร็วขึ้น
นอกจากฟีเจอร์ใหม่แล้ว ทีมพัฒนา HEXWORKS ยังได้ส่งฮอตฟิกซ์เพื่อแก้ปัญหาที่กวนใจเหล่า Dark Crusader มานาน ไม่ว่าจะเป็น:
- แก้ไขปัญหาการใส่ Umbral Eyes และรูน (Runes) ที่เคยกดใช้งานไม่ได้ในโหมด Co-op
- รองรับการใช้งานจอย PS5 DualSense บนแพลตฟอร์ม Steam ได้อย่างสมบูรณ์
- ปรับปรุงเสถียรภาพโดยรวมของเกมเพื่อลดอาการเด้งหรือหลุดระหว่างการเล่นข้ามมิติ
การปรับปรุงครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าทีมพัฒนาให้ความสำคัญกับเสียงตอบรับของชุมชนที่อยากให้การเล่นร่วมกันมีความหมายมากขึ้น ใครที่เคยพักการลุย Mournstead ไปเพราะระบบ Co-op ที่ติดขัด นี่คือโอกาสดีที่จะกลับไปสวมชุดเกราะแล้วออกล่าพระเจ้า Adyr อีกครั้งกับเพื่อนคู่ใจ
