สำหรับเหล่านักล่าที่คิดว่าการเอาชีวิตรอดจากบอสและผู้เล่นคนอื่นนั้นยากแล้ว การมาถึงของ Inferno จะเพิ่มตัวแปรใหม่ที่บีบให้เราต้องเปลี่ยนสไตล์การเล่นอย่างสิ้นเชิง ความร้อนแรงในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของภาพลักษณ์ที่สวยงามขึ้น แต่เป็นอุปสรรคทางยุทธวิธีที่ส่งผลต่อการมองเห็นและการเคลื่อนที่ในพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้
ในพาร์ทที่สองนี้ ตัวเกมเน้นย้ำถึงความอันตรายที่เพิ่มขึ้นของสภาพแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับธีมสยองขวัญและการเอาชีวิตรอดที่เป็นหัวใจหลักของเกม การที่ไฟนรกเริ่มลามไปทั่วแผนที่หมายความว่าเส้นทางที่เคยคุ้นเคยอาจถูกตัดขาด หรืออาจกลายเป็นกับดักชั้นดีที่ศัตรูจะใช้ซุ่มโจมตีเราได้ง่ายขึ้น
การอัปเดตนี้สะท้อนให้เห็นว่าทาง Crytek ยังคงเดินหน้าสร้างพลวัตใหม่ๆ ให้กับแมพเดิมๆ เพื่อไม่ให้ผู้เล่นรู้สึกจำเจ การใช้ไฟเป็นองค์ประกอบหลักไม่ใช่แค่เรื่องของความเสียหาย (Damage) แต่เป็นเรื่องของเสียงและการจำกัดวิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในระดับ High-stakes ของเกมนี้ ใครที่ชอบใช้ความเงียบในการเข้าทำอาจจะต้องคิดหนักหน่อยเมื่อต้องเดินผ่านพื้นที่ที่ไฟกำลังปะทุ
เตรียมอาวุธและอุปกรณ์กันไฟของคุณให้พร้อม เพราะในพาร์ท Inferno นี้ ไม่มีคำว่าปรานีสำหรับผู้ที่ประมาท หากคุณอยากได้รางวัลใหญ่จาก Bounty ก็ต้องกล้าพอที่จะลุยผ่านกองเพลิงเหล่านี้ไปให้ได้
