สายขนส่งใน Elite: Dangerous ได้เวลาอัปเกรดอู่ต่อเรือกันแล้ว เพราะการมาของ Lynx Highliner ยานระดับ Medium-class ลำใหม่ล่าสุดได้เปลี่ยนนิยามของการทำเงินจากการรับส่งผู้โดยสารไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 225 คน ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับขนาดตัวที่สามารถลงจอดบน Medium landing pad ได้
ไฮไลท์สำคัญของอัปเดตนี้ไม่ได้มีแค่ตัวยานลำใหม่ แต่ยังรวมถึงการเปิดตัวห้องโดยสารระดับ Mk. II ทั้งแบบ Business และ Economy ซึ่งช่วยเพิ่มความจุขึ้นอีก 1.5 เท่าจากเดิม สิ่งนี้ทำให้ Lynx Highliner กลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับนักบินที่เน้นทำภารกิจ Bulk Passenger Evacuation หรือการอพยพผู้คนจำนวนมากในพื้นที่สงครามหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะในจุดที่ยานขนาดใหญ่อย่าง Beluga หรือ Anaconda ไม่สามารถลงจอดได้
นอกจากการเพิ่มยานและอุปกรณ์ใหม่แล้ว ทีมพัฒนา Frontier Developments ยังได้ปรับปรุงระบบอาวุธประเภท Suppressed (เก็บเสียง) โดยเพิ่มระยะหวังผลจาก 40 เมตร เป็น 128 เมตร แม้จะยังสั้นกว่าอาวุธปกติ แต่ก็ช่วยให้สายลอบเร้นในภาค Odyssey ทำงานได้ยืดหยุ่นขึ้นมากในระยะกลาง
ในส่วนของการปรับปรุงตัวเกม (QoL) อัปเดตนี้เน้นหนักไปที่การแก้ไขระบบเสียงของยานหลายลำ เช่น Panther Clipper, Karma AR-50 และ Manticore Executioner รวมถึงการแก้ปัญหาบั๊กการแสดงผล Paintjob บนยาน Imperial Cutter ที่เคยผิดเพี้ยนไปก่อนหน้านี้ ใครที่เป็นเจ้าของ Odyssey สามารถเข้าไปสัมผัสประสบการณ์การเป็นกัปตันเรือสำราญอวกาศได้แล้วตอนนี้
