จุดเปลี่ยนที่น่าสนใจที่สุดคือการเกิดขึ้นของโหมด Njord ซึ่งเป็น Roguelite ที่มีระบบครบวงจร ตั้งแต่พื้นที่ Hub ส่วนตัวสำหรับเตรียมตัว การเลือก 'Origins' หรือชุดอุปกรณ์เริ่มต้น ไปจนถึงระบบศัตรูที่จะทวีความโหดขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป นอกจากนี้ทีมงานยังใส่ไอเทมประเภท Totem ใหม่ถึง 15 แบบที่จะช่วยปรับแต่งความสามารถของผู้เล่นในแต่ละรอบให้ไม่ซ้ำกัน ซึ่งถือเป็นการเพิ่ม Replay Value ให้กับเกมได้อย่างมหาศาล
นอกเหนือจากโหมดใหม่ ทีมพัฒนาได้ปรับปรุงด้านเทคนิคครั้งใหญ่เพื่อยกระดับประสบการณ์การเล่น:
- ระบบ Expedition: ระบบเควสแบบสุ่มที่จะช่วยสร้างเป้าหมายในการเล่นระยะสั้น กระตุ้นให้ผู้เล่นได้ลองใช้อาวุธใหม่ๆ และเปลี่ยนบรรยากาศจากการฟาร์มทรัพยากรแบบเดิม
- Visual Upgrade: การอัปเดต Skydome Shader ใหม่ที่ช่วยให้ท้องฟ้าและก้อนเมฆดูสวยงามสมจริงมากขึ้นแต่กินทรัพยากรเครื่องน้อยลง รวมถึงการปรับปรุงการลงแสงเงาที่ใบหน้าตัวละครให้ดูมีมิติขึ้น
- Audio System: ปรับปรุงการจัดการเสียงย่านความถี่ต่ำ (LFE) ของการต่อสู้ ทำให้ทุกจังหวะการฟาดฟันและสกิลมีน้ำหนักและสะใจกว่าเดิม
สำหรับใครที่อยากเห็นระบบเหล่านี้แบบชัดๆ ทีมงานเตรียมปล่อยอัปเดตใหม่ในช่วงสัปดาห์หน้า และจะมีรายการ Dev Stream ในวันอังคารที่จะถึงนี้เพื่อเจาะลึกรายละเอียดและเปิดเผย Roadmap ฉบับปรับปรุงให้แฟนเกมได้ติดตามกันต่อ การที่ทีมงานกล้าทดลองอะไรใหม่ๆ นอกเหนือจากแผนงานเดิมแบบนี้ เป็นสัญญาณที่ดีว่า Cloudheim จะมีการพัฒนาที่สดใหม่อยู่เสมอ
