การเปลี่ยนผ่านสู่ซีซั่น 7 ของโหมด Merge Tactics ใน Clash Royale มาพร้อมกับการปรับสมดุลชุดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งยูนิตหลักและระบบ Trait โดยเน้นไปที่การลดความทรงพลังของยูนิตที่คุมเมตามานาน และเพิ่มทางเลือกในการเล่นสายแทงค์ให้มีความหมายมากขึ้น
ไฮไลต์สำคัญที่ผู้เล่นต้องปรับตัวคือการปรับเปลี่ยนของ Giant Skeleton ที่แม้จะถูกลดดาเมจระเบิดลงถึง 33% แต่ได้รับการชดเชยด้วยระยะเวลาการสตันที่นานขึ้นในทุกระดับเลเวล ซึ่งจะเปลี่ยนบทบาทจากตัวทำดาเมจปิดเกมมาเป็นตัวควบคุมจังหวะสนามรบ (Crowd Control) ที่น่ากลัวแทน ในขณะที่ P.E.K.K.A ได้รับการบัฟ HP เพิ่มขึ้น 14% ช่วยให้ยืนระยะในฐานะแนวหน้าได้สมศักดิ์ศรีมากขึ้น
ทางด้านยูนิตสายยิงอย่าง Dart Goblin ถูกปรับลดระยะการโจมตีลงเพื่อแลกกับดาเมจที่รุนแรงขึ้น ทำให้การวางตำแหน่งมีความเสี่ยงและต้องใช้ทักษะสูงกว่าเดิม ส่วน Baby Dragon ที่เคยเก่งเกินไปในแพตช์ก่อนหน้า ถูกเนิร์ฟทั้งดาเมจและระยะการโจมตีอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อเปิดโอกาสให้ยูนิตบินตัวอื่นได้มีที่ยืนในเมตาบ้าง
นอกจากการปรับค่าพลังตัวละครแล้ว ระบบ Trait หรือคุณสมบัติพิเศษยังถูกยกเครื่องใหม่หลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น Dragon, Warrior, Ace, Clan, Titan, Fire, Noble และ Superstar ซึ่งมีการปรับทั้งตัวเลขและโครงสร้างการทำงานใหม่ทั้งหมด เพื่อลดความซับซ้อนและทำให้การจัดทีมมีความหลากหลาย ไม่ยึดติดกับคอมโบเดิมๆ เพียงอย่างเดียว
ปิดท้ายด้วยการปรับปรุงคุณภาพชีวิตในเกม (QoL) อย่างการเพิ่มอัตราดรอปของ Goblin Queen และการแก้ไขบัคที่เคยเกิดขึ้นกับ Witch และ Skeleton Dragon ซึ่งจะช่วยให้การเล่นในโหมด Merge Tactics ราบรื่นและยุติธรรมสำหรับทุกคนที่ต้องการไต่แรงก์ในซีซั่นนี้
