ไฮไลท์สำคัญที่เปลี่ยน Meta ของแผนที่นี้ไปอย่างสิ้นเชิงคือระบบ "รถไฟ" ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์หลัก ในเวอร์ชันใหม่นี้เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยึดครองรถไฟได้ มันจะเคลื่อนที่มุ่งหน้าไปยังฐานทัพ (HQ) ของศัตรูทันที การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้รถไฟกลายเป็นจุดเกิด (Spawn Point) ที่ทรงพลังมาก เพราะมันจะช่วยดันแนวรุกเข้าไปถึงหน้าบ้านคู่แข่งได้ง่ายขึ้น ทำให้การชิงรถไฟไม่ใช่แค่เรื่องของคะแนน แต่เป็นเรื่องของความได้เปรียบทางยุทธวิธีอย่างแท้จริง
สำหรับสายขับเครื่องบินเตรียมตัวให้พร้อม เพราะ Golmud Railway ในเวอร์ชันนี้จะมีพื้นที่น่านฟ้า (Airspace) ที่กว้างขวางที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน Battlefield 6 เปิดโอกาสให้เกิดการ Dogfight ที่ดุเดือดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องขอบแผนที่ที่แคบเกินไป ในขณะที่สายลุยภาคพื้นดินก็ไม่ต้องกลัวว่าจะกลายเป็นเป้านิ่งกลางทุ่งโล่ง เพราะทีมพัฒนาได้นำแรงบันดาลใจจากแผนที่ Panzerstorm ใน Battlefield V มาใช้ โดยการเพิ่มแนวกันบังและภูมิประเทศที่ช่วยลดพื้นที่สังหาร (No-man's land) ระหว่างจุดยึดครองต่างๆ
นอกจากนี้ จุดยุทธศาสตร์แต่ละแห่ง (POI) จะถูกออกแบบให้มีความเป็นเอกเทศมากขึ้น การที่คุณยึดจุดหนึ่งได้ ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถคุมพื้นที่รอบๆ ได้ทั้งหมดเหมือนเดิมอีกต่อไป ทำให้ทุกการบุกต้องอาศัยการประสานงานภายใน Squad ที่เข้มข้นขึ้น เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการรุกคืบในสมรภูมิขนาดมหึมานี้
