ประเด็นหลักที่ต้องพูดถึงคือจำนวนตัวเลขการลงโทษ โดยมีไอดีที่ถูกแบนถาวรไปถึง 11,615 ราย จากพฤติกรรมการใช้โปรแกรมโกงและละเมิดกฎของเกม ซึ่งการกวาดล้างครั้งใหญ่นี้แสดงให้เห็นว่าระบบ Anti-cheat ของ Morefun Studio กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาความสมดุลของระบบเศรษฐกิจและบรรยากาศการเล่นที่ตึงเครียดแต่ยุติธรรม
สิ่งที่ทำให้ Arena Breakout: Infinite แตกต่างคือระบบการชดเชย โดยในรอบนี้มีผู้เล่นจำนวนถึง 27,203 รายที่ได้รับเงินชดเชยในเกม (Currency Compensation) จากการที่มีส่วนช่วยในการกำจัดหรือแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับผู้เล่นที่โกง ซึ่งระบบนี้ถือเป็นแรงจูงใจที่ดีมากสำหรับคอมมูนิตี้ เพราะในเกมที่การสูญเสียอุปกรณ์หมายถึงการเสียเวลาฟาร์ม การได้รับค่าชดเชยเมื่อเจอคนโกงช่วยลดความหัวร้อนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เล่นสาย Hardcore ได้เป็นอย่างดี
นอกจากสถิติการแบนแล้ว ในรายงานยังมีการกำชับถึงการจัดการพฤติกรรม Toxic และการใช้ช่องโหว่ของระบบในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการโปรโมต ABI Partner Program เพื่อดึงดูดเหล่าครีเอเตอร์ให้เข้ามาช่วยสร้างสังคมเกมที่แข็งแกร่งขึ้น
สำหรับใครที่ยังลุยอยู่ใน Kamona การเห็นทีมพัฒนาเอาจริงเอาจังแบบนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะในเกมแนวนี้ ถ้าปล่อยให้คนโกงระบาดจนคุมไม่ได้ ระบบเศรษฐกิจในเกมจะพังทลายทันที การแบนหลักหมื่นในสองสัปดาห์คือเครื่องยืนยันว่าสนามรบนี้ยังคงต้องการทักษะและการตัดสินใจที่แม่นยำ ไม่ใช่โปรแกรมช่วยเล่น
