การอัปเดตครั้งใหญ่ในชื่อ Overclocked หรือเวอร์ชัน 29.0 ของ Apex Legends กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าการปะทะด้วยตัวละครใหม่ Axle และการยกเครื่องระบบการเล่นพื้นฐานที่ช่วยให้ทีมที่เสียเปรียบสามารถกลับมาแก้เกมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ไฮไลต์สำคัญที่นักล่าแต้ม Ranking ต้องจับตาคือ Legend คนใหม่ Axle ที่มาพร้อมความสามารถเน้นความเร็วแบบเต็มสูบ สกิล Passive (Drift) และ Tactical (Nitro Gate) จะทำให้เขากลายเป็นตัวทำเกมเบอร์ต้นๆ ในขณะที่ Ultimate อย่าง Kickstart จะช่วยสร้างจังหวะบุกที่ศัตรูยากจะตั้งตัวได้ทัน
ระบบ Deathbox Respawn และ Chain Healing
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อ Meta มากที่สุดคือระบบ Deathbox Respawn ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ที่รวดเร็วกว่าการไปที่เครื่อง Beacon แบบเดิม ช่วยให้การดึงเพื่อนร่วมทีมกลับเข้าสู่เกมทำได้ทันท่วงทีในจังหวะที่ตึงเครียด นอกจากนี้ยังมีระบบ Chain Healing ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อความสะดวก (QoL) โดยผู้เล่นสามารถตั้งค่าการเติมยาแบบต่อเนื่องได้ทั้งแบบ Single หรือ Auto ช่วยลดภาระในการกดปุ่มซ้ำๆ ระหว่างการฟาร์มหรือการหนี
การปรับสมดุลครั้งใหญ่: Vantage และ Conduit
ในฝั่งของตัวละครหน้าเดิม Vantage ได้รับการบัฟอย่างหนัก โดยสกิล Passive ตอนนี้สามารถชาร์จ Ultimate ได้แล้ว แถมยังมีการเพิ่มความเร็วและระยะกระโดดของ Tactical รวมถึงการปรับปรุงการเล็งเป้าของสไนเปอร์ให้ลื่นไหลขึ้น ส่วน Conduit ก็ได้รับการปรับปรุงให้เก่งขึ้นด้วยการมี Split Charge เป็นพื้นฐาน และบัฟความเร็ว Passive เมื่ออยู่ใกล้เพื่อนร่วมทีมสาย Skirmisher
ในทางกลับกัน Alter ถูกเนิร์ฟเล็กน้อยด้วยการลดระยะและเวลาของ Void Nexus และเพิ่ม Cooldown ของ Void Passage เพื่อให้การเคลื่อนที่ผ่านมิติต้องใช้การตัดสินใจที่รอบคอบและมีความเสี่ยงมากขึ้น สำหรับรายละเอียดฉบับเต็มของ Patch Notes มีกำหนดการปล่อยออกมาในวันที่ 4 พฤษภาคมนี้ ซึ่งจะเผยให้เห็นตัวเลขความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
